วันก่อน ได้อ่านบทความจาก forward mail รู้สึกประทับใจอย่างแรง

หากเรากำลังทำความดี แล้วปรากฏว่าบุคคลที่เราให้ความดีแก่เขานั้น ไม่ใช่คนธรรมดา คงจะอึ้งกันไปเลย … เหมือนคนๆ นี้

เมื่อไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสขึ้น กทม. ไปทำธุระแถวหัวลำโพง นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไป ในขณะที่ประตูสถานีสุทธิสารเปิด ก็มีหญิงคนหนึ่งสวมแว่น ใสหมวกแก๊ป ท่าทางคล่องแคล่ว เดินเข้ามายืนตรงหน้าผม ผมก็ลุกให้ เพราะติดนิสัยจากเด็กต่างจังหวัด ประกอบกับนั่งใกล้สุด

           หญิงคนนั้นนั่งลงแล้วถามว่า “ช่วยถือของให้มั้ยค่ะ”

           พอดีผมบ้าหอบฟางอยู่ กระเป๋า 2-3 ใบ เลยยื่นกระเป๋ากล้องและเลนซ์ไปให้ … แต่มีชายคนหนึ่งชิงไปถือก่อน ผมก็หันไปมอง เขาก็ยิ้ม ๆ ขำ ๆ ผมก็งง ๆ เข้าใจว่าเป็นน้องชายหรืออะไรประมาณนั้น

          พอกลับหน้ากลับมาดูที่ผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง โอ … เข่าอ่อนเลย เพราะเพ่งมองกี่ครั้งก็ใช่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระองค์กำลังเอานิ้วชี้มาจรดที่ปาก พร้อมทำเสียง “จุ๊ ๆ ทำเฉย ๆ ไว้ อย่ากระโตกกระตาก”

ผมก็เลยเข่าอ่อน หัวใจตกลงไปตาตุ่ม ดีที่พี่ผู้ชาย (เข้าใจว่าทหารรักษาพระองค์) สะกิด กับรั้งตัวไว้ทันก่อนผมจะลงไปกราบ แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปร่วมกับพระองค์ …ผมเข้าใจเอาเองว่า พระองค์ท่านคงอยากมีความส่วนพระองค์ ถ้าผมถ่ายคนหนึ่งอีกทั้งขบวนต้องมาถ่ายด้วยแน่

           นับได้ว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้า ล้นกระหม่อมของผมทีเดียว ที่ได้เฝ้าพระองค์ท่านใกล้ชิดขนาดนี้

           ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานครับ … ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ

 

       food_not_bombs.jpg

 

วันนี้ตอนเที่ยงๆนั่งรถจากสนามหลวงกำลังจะกลับบ้าน  รถผ่านตลาดนัดแถวบ้าน  เห็นแม่ค้ากำลังเข็นผักที่ขายไม่หมดไปทิ้ง  ก็เลยนึกถึงสนามหลวงที่เพิ่งเลยผ่านไปจากกรอบหน้าต่างรถเมล์

 

คงดีกว่านี้นะ  ถ้าหากคนเร่ร่อนที่สนามหลวงเค้าจะมีอาหารกิน

คงดีกว่านี้นะ  ถ้าอาหารที่ขายไม่หมดเหล่านี้จะไม่ถูกทิ้งไปเปล่าๆเพียงเพื่อรักษากฎแห่งทุนนิยม

…..คงดีกว่านี้แน่เลยถ้ามีใครซักคนลงมือเปลี่ยนอาหารดีๆที่กำลังจะต้องกลายเป็นขยะไปเป็นมื้อที่มีคุณค่าสำหรับท้องที่หิวโหย!

 

และแล้วเราก็พบว่า…

คนที่ลงมือเปลี่ยนความคิดนี้ให้เป็นความจริงนั้นมารวมกันแล้วในชื่อ FOOD NOT BOMBS 

 

FOOD NOT BOMBS  เป็นโครงการที่เกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัย Cambridge มลรัฐ  Massachusetts ในปี1980  โดยกลุ่มนักเคลื่อนไหวต่อต้านนิวเคลียร์ที่อยากจะแบ่งปันอาหารให้กับผู้ยากไร้  รวมทั้งสนับสนุนสันติภาพในประเทศต่างๆไปพร้อมกันด้วย

 

โดยสิ่งที่พวกเขาทำก็คือการออกไปขออาหารมังสวิรัตที่เหลือจากร้านอาหาร  ตลาด  หรือตามบ้านที่ผู้คนจะทิ้ง  แล้วนำมาประกอบอาหารเพื่อนำไปแจกใครก็ตามที่หิวโหย  ทั้งผู้ยากไร้ซึ่งมีอยู่ทั่วโลก  และผู้ประสบภัยจากสถานการณ์ต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นในสถานการณ์หลังภัยธรรมชาติ เช่น พายุคัทรีนาหรือสึนามิในเอเชีย  และสถานการณ์หลังการก่อการร้าย  FOOD NOT BOMBS มักจะเป็นกลุ่มแรกๆที่เข้าไปช่วยเหลือด้านอาหารแก่ผู้รอดชีวิตเสมอ

 

ขบวนการ FOOD NOT BOMBS เป็นที่รู้จักและแพร่หลายอย่างรวดเร็ว ในเวลาเพียงไม่นานก็มีการแปรสภาพจากอาหารที่กำลังจะเป็นขยะไปเป็นอาหารของผู้หิวโหยกันในหลายภูมิภาค  ไม่ว่าจะเป็น  อเมริกา  ยุโรป  อัฟริกา  ตะวันออกกลาง  เอเชีย  ออสเตรเลีย  และแม้แต่ในไทยก็มีคนลงมือทำแล้วเช่นกัน

 

การทำ FOOD NOT BOMBS  นั้นไม่ต้องขออนุญาตจากใครทั้งสิ้น  เพราะไม่มีใครเป็นเจ้าของโครงการ  มีเพียงการรวมตัวกันเพื่อทำความรู้จักเท่านั้น 

และแน่นอน – - -ไม่สงวนลิขสิทธิ์ 

 

คงดีที่สุดเลยถ้าตอนนี้เราจะหยุดเขียนและไปเชิญชวนสมัครพรรคพวกมาปรุงอาหารเพื่อโลกนี้กันดีกว่า!!!

 

ปล.ข้อมูลเพิ่มเติมเช่น วิธีการและสูตรอาหารหาดูได้ที่ http://www.foodnotbombs.net

 

lovely love

555

เบิกบานสำราญใจ หลังจากได้เรียนวิชา PR ทางเน็ต แล้ว ก็มีความรู้ในสมองเพิ่มขึ้นมากมาย…
วันก่อนมีพี่มาถามเราว่า จะ PR หนังสือของเขาสู่สาธารณชน ได้เยี่ยงไรบ้าง

พี่เค้านึกถึงแต่การจัดทำรายการผ่านสื่อต่างๆ เช่น TV วิทยุ บลาบลาบลา….

เราเลยเหนอแนะเค้าไปว่า 

“พี่ ลองเอาตัวอย่างหนังสือสักบทสองบทของพี่ ไปทำเป็นบทตัวอย่างให้คนอ่านทางเน็ตสิ แต่ต้องก็อปมาทั้งหน้านะ ให้คนเห็นว่าหนังสือจริงๆ หน้าตาเป็นแบบนี้  อย่าทำเป็นไฟล์เวริดนะ มันไม่ได้อารมณ์”

เท่านั้นแหละ พี่เขาก็ดีอกดีใจใหญ่ เพราะเขามีเว็บไซต์ของเขาอยู่แล้ว  แต่คิดไม่ถึงว่าจะพีอาร์หนังสือด้วยวิธีนี้ได้

และแล้ววันนี้  อิชั้นของเห็นหนังสือที่ถูกเซฟเป็นไฟล์ .pdf ประมาณ 3 บทเผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์ของพี่เค้า

เลยปลื้มอกปลื้มใจมาก  มิคิดว่า เค้าจะเอาไอเดียเราไปใช้จริงๆนะนี่ – -

ขอให้ขายดีๆ เทน้ำเทท่า แล้วเอาตังค์มาแบ่งนู๋บ้างนะเพ่ !!

อ้อ ! หนังสือเล่มนั้นชื่อ Lovely Love จ้า มีวางจำหน่ายที่ ซีเอ็ด แว้ววววว

สารภาพซะดีๆ โดย น.ส.อารมณ์ดี จ้า รูปศิ

   แฟนๆรักบี้คงจะคุ้นกับชื่อทีมรักบี้ออลแบล็กจาก นิวซีแลนด์ดี เพราะลีลาการปล้ำ(ลูก) การกอด(ลูก) ทำให้กวาดแชมป์มากมาย และเมื่อไม่นานมานี้ก่อนรักบี้ชิงแชมป์โลกที่ฝรั่งเศส หนุ่มๆกลุ่มนี้เขาสร้างความฮือฮา

     หนุ่มเหล่านี้ยืดอกแมนๆ ถ่ายปฏิทินเพื่อการกุศล นำเงินไปบริจาคเพื่อสร้างประโยชน์ให้สังคม สาวแท้สาวเทียมตั้งแถวคอยกรี๊ดกันใหญ๋ แท่พิเศษกว่านั้นพวกเขาได้บริจาคเลือดเขาตนเองส่วนหนึ่งเพื่อมาเป็นหมึกพิมพ์ของปฏิทินนี้ด้วย!!!!!

     เรียกกันได้ว่าเลือดนักกีฬา และหัวใจนักสู้พุ่งพล่านเป็นอย่างมาก สำหรับสาวกออลแบล็กคงไม่ผิดหวัง เพราะนอกจากจะได้คอลเลกชั่นเฉพาะกิจนี้แล้วนยังได้ทำบุญอีกด้วย แต่ถ้ามีขายในเมืองไทยเจ๊ขอจองสักแผ่นนะครับ เห็นกล้ามทีไรแล้วใจมันระทวย

   พิธีกรสาวเก่งมากความสามารถคนนี้ นาเดีย นิมิตรวานิช คุณเชื่อหรือไม่ว่าเบื้องหลังหน้าใสๆ มาดมั่นๆแบบนี้เธอเป็น “เจ๊ดัน” ที่คอยทำให้สาวทำหลายกล้าก้าวพ้นความกลัว

  doGOOD ได้ไปอ่านพบว่าเธอเป็นเจ้าของโครงการดีๆ “ซิส ทู ซิส” ที่จัดขึ้นเป็นประจำในทุกช่วงปิดเทอมซัมเมอร์ สำหรับพฒนาบุคลิกสาวๆ ให้ก้าวย่างอย่ามั่นใจ (โอ้ ดูเป็นสโลแกน ผ้าอนามัยยังไงไม่รู้)

  เพราะว่าเธอจบการศึกษาด้าน การแสดง จากคณะอักษรศาสร์ จุฬาฯ เธอจึงคิดว่าการละคอนที่ได้ร่ำเรียนมีส่วนที่จะทำให้คนเรากล้าแสดงออกได้ “สมัยก่อนตอนเราเรียนไม่มีคนคอยไกด์ให้เรา เดียจัดทำค่ายนี้เพื่ออยากไกด์ให้สาวๆยุคใหม่ ก้าวทันสังคม”

   นอกจากกิจกรรมสนุกๆแล้ว ยังมีกิจกรรมสร้างสรรสังคม และสอนให้สาวๆรู้เท่าทันภัยสังคม เพื่อป้องกันตัว โดยเธอเริ่มออกแบบโครงการนี้เอง และเริ่มหาสปอนเซอร์ด้วยตัวเอง ถือว่าเป็นการตอบแทนสังคมที่ดี นาเดียบอกกับ doGOOD ว่า “อยากให้ติดตามว่าปีนี้จะมีโครงการอะไรดีๆมาฝาก แต่รับรองว่าได้สาระและบันเทิงแน่ๆ”

   สำหรับสาวๆที่สนใจก็ขอให้คอยติดตามข่าวให้ดี เพราะงานนนี้รับจำนวนจำกัดจ้ะ

doGOOD* ได้เจอข้อคิดดีๆ จาก นาย BusinessMan ที่เตือนว่า อย่าส่ง forward mail ที่ละเมิดผู้อื่นนะจ๊ะ มิฉะนั้นอาจโดนฟ้อง ติดคุกติดตะรางได้ง่าย เลยเอามาแจ้งให้เพื่อนๆน้องๆ ลุงๆ ป้าๆ ของ doGOOD* รับทราบโดยถ้วนหน้านะคร้าบบบ  คลิ๊ก!! อ่านเพิ่มเติม 

พูดถึง “คุก” วันก่อนได้ฟังเพลงลูกทุ่งเพลงหนึ่ง ที่ร้องว่า “ไอ คุก คุก”  เนื้อหาประมาณว่า ลุงแก่ๆ แต่ไปจีบสาวรุ่นลูก ระวังจะ ไอคุก คุก…  อิอิ ใครรู้ว่าเพลงนี้ชื่ออะไร ช่วยบอก doGOOD* ที  ชอบเป็นการส่วนตัว 555

mail

อะๆ วันนี้ doGOOD* แอบอยากโรแมนติก เลยไปหยิบ “นิทานความรัก” ของ “อ้อม-มาลี” สาว learners ผู้มีนิทานดีๆ มาฝากเพื่อนผองน้องพี่อยู่สม่ำเสมอ  “นิทานความรัก” เป็นนิทานที่เล่าเรื่องราวของ “ความรู้สึก” ต่างๆ และปิดท้ายเรื่องได้โรแมนติกเสียจริง ลองไปอ่านเลยจ้า (ขออนุญาต ก็อปปี้มาเลยนะจ๊ะ)

love

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
มีเกาะแห่งหนึ่งซึ่งรวบรวมความรู้สึกทั้งหมดอาศัยอยู่ด้วยกัน ทั้ง…
ความสุข ความเศร้า ความรู้ ความรัก และอื่นๆอีกมากมาย
วันหนึ่งมีประกาศไปยังความรู้สึกทั้งหมดว่าเกาะกำลังจะจมน้ำ
ดังนั้นความรู้สึกทั้งหมดจึงได้เตรียมเรือเพื่อจะหนีออกจากเกาะ
มีเพียงความรักเท่านั้นที่ตัดสินใจจะอยู่บนเกาะจนกระทั่งวินาทีสุดท้าย
เมื่อเกาะเกือบจมแล้ว
ความรักจึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือ
ความรวยแล่นเรือผ่านมา และตอบว่า
ไม่ได้หรอก ฉันรับเธอไปไม่ได้เพราะเรือของฉันเต็มไปด้วยทองและเงินแล้ว ฉันไม่มีที่ให้เธอ
ความรักจึงถามความเห็นแก่ตัวซึ่งผ่านมาพอดี
ฉันช่วยคุณไม่ได้หรอก คุณน่ะตัวเปียก อาจจะทำให้เรือฉันเปียกไปด้วย

เมื่อความเศร้าลอยเรือผ่านเข้ามา ความรักจึงขอความช่วยเหลืออีกครั้ง แต่ได้รับคำตอบว่า
โอ้ความรัก ตอนนี้ฉันกำลังเศร้ามากเลย ฉันต้องการอยู่คนเดียว ขอโทษนะ
ความสุขได้ผ่านความรักไปแล้วเหมือนกัน แต่เข้าไม่ได้ยินแม้แต่เสียงร้องเรียกความช่วยเหลือจากความรักเพราะมัวแต่กำลังคุยทันใดนั้นมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา

มานี่ความรัก ฉันจะรับคุณไปเอง
ความรักรู้สึกขอบคุณและดีใจเป็นอย่างมาก จนลืมถามว่าใครคือผู้ใจดีผู้นั้นเมื่อเขามาถึงแผ่นดินที่แห้ง ก็จากกันไปตามทางของแต่ละคน
ความรักนึกขึ้นมาได้ว่า ลืมถามชื่อผู้ที่ช่วยเหลือเขา

ความรักจึงถามความรู้ใครเหรอที่เป็นคนช่วยฉัน
ความรู้ตอบอย่างภาคภูมิใจในความรอบรู้ของตนเองว่าเวลา
ความรักถามต่อว่า แล้วทำไมเวลาถึงช่วยฉันล่ะ
ความรู้จึงตอบว่าก็มีเพียงเวลาเท่านั้น ที่จะเข้าใจว่า ความรักนั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่เราอาจลืมเลือนไป
ขณะที่
ความรักกำลังมองหาคนช่วยออกจากเกาะ
ความรักคงยุ่งอยู่กับการมองหาผู้อื่น จนลืมมองมาที่ความเป็นเพื่อนซึ่งเลือกที่อยู่เคียงข้างความรักตั้งแต่แรกแล้ว
เพราะความเคยชิน
ความรักจึงมองไม่เห็นความสำคัญของความเป็นเพื่อน

ในขณะที่ความรักจากไปพร้อมเวลา
ความเป็นเพื่อนรู้สึกดีใจมากที่ความรักปลอดภัย
และแม้จะต้องห่างกัน แต่
ความเป็นเพื่อนกลับรู้สึกเป็นสุข
เพราะ
ความเป็นเพื่อนรู้ดีว่า แม้เกาะนี้จะจมลงไปชั่วนิรันดร์
แต่
ความเป็นเพื่อน จะยังเป็นอมตะในใจของความรักตลอดไป
แม้จะไม่ยิ่งใหญ่ แต่จะอยู่เคียงข้าง
ความรักเสมอ

และแล้ว อ้อม- มาลี เจ้าของบล็อก http://learners.in.th/blog/a-a-a

คือ “ผู้โชคดีๆ” ที่ doGOOD* หลงรัก congrat.gif

และแล้ว doGOOD* ก็ได้ตกเหยื่อ คนดีได้อีกคนเธอคนนี้ สวยด้วย Photoshop 555 ไม่ต้องไปทำศัลยกรรม เธอ คือ น้ำดอกไม้ เจ้าเก่า นั่นเอง…เธอได้โพสต์ วิธีการทำสวยด้วย ทำกระดานปักหมุด  โดย Photoshop

เอาละใครอยากทำได้บ้าง ก็ตามเข้าไปในบล็อกของเธอนะจ๊ะ คลิ๊กๆๆ โล้ด http://learners.in.th/blog/namdokmai/131616

ภาพตัวอย่าง การทำกระดานปักหมุด ด้วย Photoshop ของน้ำดอกไม้

  รู้จัก ธวัชพนธ์ วงศ์บุญศิริ ไหมครับ? งงล่ะสิ แล้วถ้าบอกว่า เมื่อย วงสครับ ล่ะ แหม!!กรี๊ดกันเเทบไม่ทัน ขวัญใจเด็กแนวคนนี้  doGOOD*  ได้มีโอกาสพบปะกับเมื่อย หลัจากเพือ่นคนหนึ่งมีนัดไปสัมภาษณ์วงสครับเพื่อทำพ๊อกเก็ตบุ๊กส์เล่มแรกของวง

    เรื่องหนึ่งที่ doGOOD*  ได้รู้เป็นครั้งแรกคือ เมื่อยนั้นจบการศึกษาจากคณะ ศึกษาศาสตร์ ศิลปากร ไม่ใช่คณะดนตรีอย่างที่เข้าใจ เขาเริ่มเล่าชีวิตของเขาให้ฟัง ในบางช่วงของชีวิตเราแทบอยากจะร้องไห้ไปกับเขา กว่าจะมายังจุดนี้เขาเคยถูกดองจากค่ายเทปแห่งหนึ่งเกือบห้าปี และสุดท้ายก็ไม่ได้ออกเทป

    ในช่วงเวลาดังกล่าวเขาประสบกับปัญหามากมาย จากการไม่ทำงานเป็นหลักแหล่ง และมุมานะที่จะเดินบนถนนคนดนตรี เขาต้องต่อสู้กับครอบครัว ที่ไม่ชอบดนตรีเป็นทุนเดิม การพิสูจน์ความเชื่อตรงนี้ทำให้ doGOOD*ทึ่งเป็นอย่างมาก

  เมื่อยบอกว่า “เป้าหมายมีไว้ให้ทะเยอทะยาน ไม่ได้มีไว้ไปถึง ผมบอกตัวเองตลอดเพื่อให้เกิดความทะเยอทะยาน” และยังแสดงความเห็นถึงวัยรุ่นสมัยนี้ว่า “เด็กสมัยนี้มองความสำเร็จเป็นของง่ายๆ คือเขาเลือกมองตอนมันสัมฤทธิ์ ไม่ได้มองช่วงเวลาที่กว่าจะได้มา” doGOOD*   แอบเห็นด้วย

   สิ่งหนึ่งที่เมื่อยเน้นกับเราว่า “อย่าลืมว่าตัวเองเคยลำบาก ตอนผมลำบากไม่มีใครให้โอกาสผม แต่เมื่อผมมาอยู่จุดนี้ ถ้าผมมีโอกาสที่จะให้ผมก็จะให้โอกาสรุ่นน้องผม” doGOOD* คิดว่าเขาเป็นผู้ชายที่เท่ที่วคิด ถึงไม่หล่อ แต่โคตรเร้าใจเลยยยยยยยยย

amazed-man.jpg

 หลังจากที่ต้องหมกตัวอยู่หอที่รังสิตเพื่อปั่นงานมาทั้งวัน แต่ก็ยังไม่เสร็จซะที
ตกเย็นน้ำย่อยในกระเพาะอาหารก็ทำงานตรงเวล้า  ตรงเวลา  (ต่างกับเจ้าของกระเพาะจิงๆเล้ย)
ทำให้เราต้องรีบลงมาหาข้าวกินที่โต้รุ่ง  หลังจากสั่งและได้กระเพราหมูกรอบของโปรดแล้ว  กำลังจะตักเข้าปากพอดี
ก็ได้ยินเสียง”ลุงอ้วน” ผู้ประกาศรายการอาหารประจำร้านป้าจิตแห่งโต้รุ่ง ณ มธ.รังสิต  บอกว่า
“น้องๆครับ ขอความร่วมมือหน่อยครับ  มีชาวต่างชาติมาสั่งอาหารที่ร้านครับ  ใครพูดภาษาอังกฤษได้ช้วยทีนะคร้าบบบ”
ภาษาอังกฤษ…ภาษาอังกฤษ…ภาษาอังกฤษที่เราสุดแสนจะชิงชังน่ะหรือ…
เหอะๆ  อยากให้ความร่วมมือกับลุงอยู่เหมือนกันนะ  แต่เอาไว้โอกาสหน้าดีกว่า  เกิดไปช่วยพูดแล้วพูดไม่รู้เรื่องเราก็หน้าแตกจิ
คิดดังนั้นแล้วก็เลยเอาข้าวเข้าปากไปอย่างไม่ใส่ใจ

ละเลียดหมูกรอบอยู่ได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงลุงแกประกาศอีกรอบ
“ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษได้เลยหรอครับ  ช่วยหน่อยนะครับน้องๆ”
ไม่มีคนไปช่วยแกเลยจิงๆแฮะ หันไปดูก็เห็นทำหน้างงๆ กันอยู่ทั้งลุงทั้งฝรั่ง 
ถ้าไม่มีใครไปช่วยพูดวันนี้คุณฝรั่งคงไม่ได้กินข้าวแน่ๆเลย
อืม…เอาไงดีหว่า……

เอ้า…เอาไงเอากัน  อุตส่าห์เรียนธรรมศาสตร์  ถึงภาษาอังกฤษจะห่วยยังไงก็คงช่วยเค้าได้บ้างล่ะน่า
ว่าแล้วก็มุ่งหน้าตรงไปยังร้านป้าจิตด้วยความกล้าหาญ…

ผลเป็นยังไงน่ะหรอ?
ก็ไม่แย่อย่างที่คิดแฮะ  สามารถช่วยคุณชาวต่างชาติสั่งอาหารที่เค้าต้องการได้  แล้วเราก็ได้ฝึกภาษาอังกฤษด้วย 
ส่วนลุงก็แฮปปี้เพราะไม่ต้องงงกันอยู่อย่างงั้น

แต่ที่ยิ่งกว่านั้นก็คือมันทำให้เราเข้าใจแล้วว่า “ทำดี  ไร้ยางอาย” มันเป็นยังงัยยยยย

Home

ผู้นำการโม้

sasismile Photobucket Photobucket rebellioncat

หมวดหมู่อยากโชว์

คนแนวทำดีๆ
ทำดีๆมีทั่วโลก
ผู้โชคดีๆ
สารภาพมาซะดีๆ
ฮิฮิ ฮาฮา

Hi5 “Favourite Quote”

คลิกเลย มีมากกว่านี้ภ??กที่ Hi5
dogoodproject.hi5.com

doGOOD* calendar

January 2012
M T W T F S S
« Feb    
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

About doGOOD*

doGOOD*project

Do Good Project*
หนึ่งโครงการดีดี
อยากให้วัยมันส์กล้าทำความดี
อย่างไร้ยางอาย

“แหม! คนดีจริงๆ เลยนะ”

เสียงนี้ช่างเสียดแทงหัวใจ
ของพวกเราเป็นอย่างยิ่ง


ทำไมหรือ?
ทำความดีแล้วมันผิดตรงไหน


“ผิดสิ! ผิดที่มันเชย และน่าอายไง
หัวโบราณจริงๆ”

เรากลับมาทบทวนอีกครั้ง
ไม่ใช่เราแน่ๆ ที่เห็นกงจักรเป็นดอกบัว

ได้ ! เราจะทำให้โลกรู้ว่า
ทำความดี มันเท่ห์จะตาย

แวะเวียนเยี่ยมชม

  • 12,425 hits
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.